Posted on เมษายน 8, 2008 by nammon
เรื่องของเรื่องก็คือว่า
ในที่สุด ก็ได้ขับรถปุเลงๆพาแผงโซ่ล่าร์เซลไปถึงขอนแก่นจนกระจ๊วยงอมอีกรอบแล้วฮะ ทั้งพระและคนปลุกปล้ำกับมันอยู่สองวัน ในที่สุด ดวงอาทิตย์ก็แผดเผาแผง จำแลงแปลงเป็นกระแสไฟให้แสงนวลตา “ข่ะน่อย บ่ใซ้ให้มันมากด๊อก กลัวจะเปลืองค่าไฟ่” แม่ชีแถลง ผมจึงต้องรีบเล็คเชอร์วิชาวิทย์กายหมวดพลังงานแสงอาทิตย์ให้ท่านฟัง แม่ชีพยักหน้าหงึกหงัก หัวเราะก๊ากน้ำหมากกระเด็นเปื้อนชุดขาวเป็นดวงๆ เมื่อเข้าใจในที่สุดว่าจะไม่มีพนักงานไฟฟ้าเดินทางจนกระจ๊วยงอมมาเก็บค่าไฟ เมื่อถึงปลายเดือน
อนุโมทนาสาธุอีกรอบครับเพื่อนๆ ไว้จะส่งรูปหลวงพี่และหลวงแผง(โซล่าร์) ไปให้ดู
Filed under: เรื่องส่วนตัว | Leave a Comment »
Posted on มีนาคม 21, 2008 by nammon
เรื่องของเรื่องก็คือว่า
เมื่อ 2-3 อาทิตย์ก่อน ผมได้จับผลัดจับผลูไปอุดรและขอนแก่น ไปทำบุญที่วัดหลวงตามหาบัว ส่วนอีกวัดอยุ่ที่ขอนแก่น ไกลโคตร อินเดอะมิดเดิ้ลออฟโนแวร์ ขึ้นเขาลงห้วยจนกระจ๊วยแทบงอม มีพระอยู่สองรูป และแม่ชีอีกหนึ่ง เป็นวัดป่าที่อุดมไปด้วยเรื่องเหนือโลก แต่เพื่อความไม่งมงาย ผมจึงจะไม่กล่าวถึง ณ ที่นี้
ที่จะกล่าวคือ ผมมีดำริจะถวายแผงโซล่าร์เซล เพราะที่นั่นไม่มีไฟ นอกจากแสงเทียนวับแวม ซึ่งท่านก็ไม่ค่อยจุดกันเพราะไม่ค่อยมีเงินกันน่ะครับ ผมเห็นแม่ชีตื่นมาตั้งแต่แสงตะวันไม่แตะขอบฟ้า มาสับเขียงโป๊กๆ ทั้งที่มืดมองหน้าผมไม่เห็นอย่างงั้น ก็ให้ใจหาย กลัวแกจะสับมือตัวเองเข้าให้สักวัน (จริงๆกลัวเป็นมือผมเอง เพราะไปป้วนเปี้ยนแถวเขียงหมูประจำ) เอาดำรินี้ไปบอกเจ้าอาวาสและรองเจ้าอาวาส (มีกันอยู่สองรูปน่ะแหล่ะ) ท่านก็ไฟเขียวให้ทำบุญได้ หะแรกก็ว่าจะติดไฟตรงศาลาพระประธานให้ด้วย ท่านไม่เอาว่ะ ท่านชอบโรแมนติกกับแสงเทียนวับแวม แต่ก็ดี เพราะติดแค่จุดเดียวก็สามหมื่นแล้วครับ
นั่นเอง ที่ชวนให้เข้าเรื่อง มาทำบุญกันเถอะเพื่อนๆ ผมจะไปซื้อแผงอะไรนี่ ภายใน 1-2 อาทิตย์นี้ แล้วแพลนว่าจะขับรถปุเลงๆ ไปถวายและช่วยติดตั้งถึงที่ในช่วงสงกรานต์นี้ ขอเชิญบริจาคตามกำลังนะ ใครยังไม่พร้อมไม่ต้องเป็นกังวล หรือกลัวว่าจะน้อยหน้าไม่ได้บุญเท่าเทียมเพื่อนๆ ผมสัญญาว่าจะแผ่เมตตาและกรวดน้ำให้ถึงทั่วกัน
Filed under: เรื่องส่วนตัว | Leave a Comment »
Posted on ตุลาคม 14, 2007 by nammon
เรื่องของเรื่องก็คือว่า ในบรรดาเพื่อนต่างชาติที่มาพักที่ห้อง ฌองกับนาธานเป็นกลุ่มแรกๆที่น่าจะฮาสุด สองหนุ่มเฟรนช์แคเนเดี้ยนเลือกกรุงเทพเป็นจุดแรกของการเดินทางรอบโลกสองปี ทั้งคู่ไม่ได้ Y กัน แต่นั่งกุมมือกันแน่นเมื่อเห็นการจราจรอันเครซี่ระหว่างนั่งรถแท๊กซี่จากสนามบินเข้าเมือง รถมอไซค์แว๊นซ้ายแว๊นขวาเหมือนคนขี่ซัดแอมเฟตามีนไปสองเม็ด “นี่กูจะรอดไปถึงมี๊ทติ้งพ้อยนท์บ้าน nammon มั้ยเนี่ย” ฌองมาเล่าให้ผมฟังต่อมาหลังจากที่รอดแล้ว ฮู๊ยย…ยังงี้แหล่ะ ฝรั่งเฟรชชี่เพิ่งมาเอเชีย ตาเหลือกกันเป็นแถว ทำไมไม่ไปญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์ก่อนล่ะ ค่อยๆซึมซับความต่างแล้วมาตกใจนิดๆที่นี่ ที่กรุงเทพ เอเชียของแท้
สามสี่วันผ่านไป หลังจากกลายร่างเป็นฝรั่งดองไทยได้ที่แล้ว ก็ถึงคราวพาไปแอ่วบางกอกไนท์ไลฟ์ นาธานจองคิวอาบน้ำคนแรก ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง อาบนำ้อะไรนานนักวะ “เฮ้ แม๊น ตกส้วมตายรึยัง” มันเงียบไม่ตอบ แต่มีเสียงจ๋อมๆเดินมาเปิดประตู นาธานแง้มประตูโผล่หน้าเจี่ยมเจี้ยมออกมา ” nammon คัมเฮียร์ คัมเฮียร์” “ว๊อท?” “เนี่ย ท่อน้ำบ้านยูมันเป็นไรไม่รู้ น้ำมันไม่ยอมไหลลงไปอ่ะ ไอเอาด้ามแปรงสีฟันไปแยงๆรูมันแล้วนะ น้ำยังท่วมอยู่เลย” อ้าว เวร แล้วดันทู่ซี้อาบให้น้ำมันท่วมมาถึงตาตุ่มแล้ว ซวยจริง ผมออกไปซื้อผงโซดาไฟมาโรยๆทิ้งไว้ก่อนออกไปติ๊ดชี่งที่ร้านสลิม RCA แบบไม่ได้อาบน้ำกันทั้งสองคน ยกเว้นไอ้นาธานที่ตัวหอมให้สาวเหล่อยู่คนเดียว
วันรุ่งขึ้นตื่นกันบ่ายสาม กะจะออกไปกินผัดไทยประตูผี ฌองเข้าห้องน้ำไปก่อน สักพักมันก็แง้มประตูเยี่ยมหน้าขาวๆออกมา “nammon คัมเฮียร์ คัมเฮียร์” [...]
Filed under: เรื่องส่วนตัว | Tagged: หมอนสามเหลี่ยม | 1 ความคิดเห็น »
Posted on ตุลาคม 12, 2007 by nammon
ข่าวมรณภาพของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุทำให้ผมใจหายที่เราต้องสูญเสียบุคคลสำคัญในพระพุทธศาสนาไปอีกท่าน แต่ก็เข้าใจดีว่านี่คือสัจธรรมแท้ของโลกแห่งสัตว์ทั้งปวง
มีเหตุการณ์นึงที่ผมยังรู้สึกผิดไม่หายแม้จะผ่านมานาน
เรื่องของเรื่องก็คือว่า…
สมัยฝึกงานที่สถานีวิทยุของมหาวิทยาลัย จำได้ว่าวันนั้นตื่นเต้นใจตู้มต้ามเป็นชั่วโมงๆก่อนถึงเวลา เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องอ่านข่าวออกอากาศสดๆ เป็นข่าวเกี่ยวกับพิธีอะไรสักอย่างจำเนื้อความไม่ได้แล้วครับ แต่งานนั้นหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุเป็นประธาน สคริปข่าวขึ้นต้นว่า “วานนี้เวลาสิบหกนาฬิกา ที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ…..” ผมซ้อมอ่านอยู่หลายเที่ยวจนมั่นใจว่าจำได้ขึ้นใจแล้ว พอเวลาออกอากาศใกล้มาถึง ผมนั่งตัวตรงหน้าไมโครโฟนผู้ประกาศ สูดลมหายใจลึก ตาจ้องดูนาฬิกาในห้องส่งนับถอยหลัง เพื่อนผู้รับหน้าที่คุมมิกซ์บอร์ดส่งสัญญานมือให้เตรียมพร้อม ห้า..สี่..สาม..สอง..หนึ่ง..ไฟสีแดงจากกล่องไฟ ON AIR สว่างขึ้น ผมตั้งเสียงขึงขัง ขยับปากอ่านออกเสียงชัดเจน “วานนี้เวลาสิบหกนาฬิกา ที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ หลวงพ่อปัญญานันทคิ๊กขุ…..” ”………..” เพื่อนข้างนอกห้องกระจกยืนมองตาค้าง ยัง ผมยังไม่รู้ตัว จนโน่นแหล่ะ ข่าวสุดท้ายจบเพื่อนมันถึงลากออกไป “มึงพูดอะไรออกไป” “ก็…อ่านข่าว”
กราบนมัสการลาหลวงพ่อ จะยึดถือคำสอนท่านไว้เป็นหลักแห่งชีวิตนี้ครับ
Filed under: เรื่องส่วนตัว | Leave a Comment »